รีวิว A Matter of Trust ไม่มีใครรู้วัน (2022)

A Matter of Trust ไม่มีใครรู้วัน (2022)

หนังประเทศ : เดนมาร์ก

เรื่องย่อ

A Matter of Trust (ต้นฉบับชื่อเดนมาร์กว่า “Ingen kender dagen”) คือภาพยนตร์ดราม่าที่เล่าเรื่องราวของ **ห้าชีวิตที่แยกจากกัน** — ได้แก่ สามี, แพทย์, ภรรยา, นักเรียน และเด็กหญิงตัวน้อย — ที่วันหนึ่งซึ่งดูเหมือนปกติธรรมดา ดำเนินมาสู่จุดหักเหที่ไม่อาจย้อนกลับได้

ในแต่ละเรื่องย่อย ตัวละครแต่ละคนต้องเผชิญกับความท้าทายของ “ความไว้วางใจ” (trust) — ทั้งในความสัมพันธ์, อุดมการณ์, ตัวตน และการกระทำที่ไม่มีใครเห็น — ซึ่งเมื่อไว้วางใจถูกทำลาย หรือถูกทดสอบ ผลลัพธ์คือ “การเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจกลับคืนได้”

บทความรีวิวเชิงลึก

ผู้กำกับ Annette K. Olesen เลือกนำเสนอเรื่องราวผ่าน “โครงสร้างแบบเรื่องสั้นคู่ขนาน” (five interwoven stories) โดยไม่มีการเชื่อมโยงตัวละครหลักให้พบเจอกันอย่างชัดเจน แต่อาศัยธีมร่วมคือ “Trust” เป็นสายใยเชื่อมระหว่างเรื่องย่อยต่างๆ

หนังไม่ได้ให้คำตอบในทุกประเด็น แต่เปิดช่องว่างให้ผู้ชมเติมเต็ม ถึงแม้ว่าหลายคนวิจารณ์ว่าการจัดโครงเรื่องแบบนี้ทำให้บางเรื่องรู้สึก “ไม่สมบูรณ์” หรือ “หลุด” แต่ก็มีเสียงชมว่ามันคือ “งานภาพยนตร์ที่ปล่อยให้ผู้ชมมีส่วนร่วมทางความคิด”

แง่มุมที่โดดเด่นคือความหลากหลายของธีมย่อย:

  • ในหนึ่งเรื่อง แพทย์หญิงที่ต้องทำงานในเที่ยวบินส่งกลับผู้ลี้ภัย ต้องต่อสู้กับระบบและข้อผูกมัดทางจริยธรรม
  • อีกเรื่อง นักเรียนที่ถูกเปิดโปงกลางโรงเรียน กำลังมองหาการยอมรับและตัวตน
  • อีกเรื่องคือภรรยาที่ตั้งครรภ์และเพิ่งแต่งงาน ที่เริ่มตั้งคำถามถึงความลับในอดีตของสามี
  • เรื่องหนึ่ง เกิดขึ้นในบ้าน Airbnb ที่เจ้าของแอบฟัง — สะท้อนความเป็นส่วนตัวที่ถูกคุกคาม
  • สุดท้ายคือแม่กับลูกสาววันพักผ่อนที่ชายหาด ที่ความสัมพันธ์ถูกทดสอบเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

 

สปอยล์เต็ม

เนื่องจากโครงเรื่องแบ่งเป็นหลายตอนสั้น การสปอยล์จึงขอแค่สรุปเหตุการณ์สำคัญโดยไม่เฉพาะเจาะจงตัวละครทั้งหมด —
แต่โดยภาพรวม: ทุกเรื่องเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่ดูสง่าและปกติธรรมดา → ถึงจุดหักเหที่ “ความไว้วางใจถูกผูกพันกับการเสียสละ / การเปิดเผย / การทรยศ” → ส่งผลให้ตัวละครต้องเลือกว่าจะอยู่ต่อกับสิ่งที่เปลี่ยนไป หรือยอมปล่อยมือและสูญเสียบางสิ่งไป
ท้ายที่สุด ไม่มี “การรวมศูนย์” ทุกเรื่อง แต่ความรู้สึกที่หนังทิ้งไว้คือความเปราะบางของความสัมพันธ์มนุษย์ และการที่ความไว้วางใจคือสิ่งเดียวที่เมื่อหายไปแล้ว จะไม่เหมือนเดิมอีก

บทวิเคราะห์

หนังเรื่องนี้สะท้อนว่า “ความไว้วางใจ” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือการกระทำ ภาพ และการหยุดนิ่งในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อมันถูกทดสอบหรือถูกทำลาย ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่การสูญเสีย แต่คือการเปลี่ยนตัวตนของเรา

อีกประเด็นคือ “การเชื่อมโยงแบบเงียบ” — ตัวละครต่างเรื่องไม่ได้รู้จักกัน แต่ละเรื่องสะท้อนอีกเรื่องหนึ่งผ่านธีมเดียวกัน ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนดูโมเสกของความสัมพันธ์มนุษย์ มากกว่าหนังแอ็กชันหรือละครสายตรง

เทคนิคการสร้างและงานภาพ

ภาพยนตร์ถ่ายทำโดย Anders Nydam มีโทนภาพค่อนข้างเรียบแต่มี “ความเงียบ” เป็นองค์ประกอบ หน้ากล้องหลายฉากใช้พื้นที่โรงพยาบาล, สนามบิน, บ้าน Airbnb, ชายหาด ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึก “ชีวิตจริง” และ “พื้นที่ส่วนตัวที่กำลังถูกกระทบ”

ดนตรีโดย Kåre Bjerkø มีบทบาทเป็นเส้นเสียงใต้พื้น ให้ความรู้สึกไม่สบายเล็ก ๆ และสะท้อนอารมณ์ที่ตัวละครเองแทบยอมรับไม่ได้ — เสียงจางๆ ที่เตือนว่า “สิ่งที่เราวางใจ อาจพังลงได้”

บทวิจารณ์

งานฉายในเทศกาล Tribeca Film Festival ภาค “International Narrative Competition” ได้รับคำชมว่าเป็น “งานอารมณ์ละเอียด” ที่ใช้วิธีเล่าเรื่องแบบไม่เร่งรีบและเชื่อผู้ชมให้คิดต่อเอง

อย่างไรก็ตามผู้ชมบางคนมองว่าเรื่องไม่ “เชื่อมโยง” กันอย่างชัดเจน ทำให้รู้สึก “หลุด” หรือ “ไม่ครบ” ในบางตอน :contentReference[oaicite:10]{index=10}

ตัวอย่างภาพยนตร์

 

Author: werapat

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *